กีฬาและกิจกรรมกลางแจ้ง คู่มือที่ใช้ได้จริง
ไกด์ไม้กอล์ฟ

คู่มือเลือก TaylorMade Driver สำหรับมือใหม่: พิจารณาจาก Loft, ความ Forgiving และระดับทักษะ

แนะนำวิธีเลือก TaylorMade Driver สำหรับนักกอล์ฟมือใหม่ พิจารณาจากค่า Loft ความ Forgiving และระดับทักษะ พร้อมวิธีอ่านรหัสรุ่น MAX และ HD เพื่อเลือกไม้กอล์ฟที่ตีง่ายและช่วยพัฒนาวงสวิงของคุณ

เพิ่มเป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการบน Google

การเริ่มต้นเล่นกีฬากอล์ฟเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยรายละเอียดของอุปกรณ์ที่ผู้เล่นหน้าใหม่ต้องเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ไดรเวอร์” (Driver) หรือไม้หนึ่ง ซึ่งเป็นไม้กอล์ฟที่มีขนาดหัวไม้ใหญ่ที่สุด ยาวที่สุด และมีหน้าที่สำคัญในการตีช็อตแรกจากแท่นทีออฟเพื่อสร้างระยะทางให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่ามกลางแบรนด์อุปกรณ์กอล์ฟมากมายในตลาด TaylorMade ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่างต่อเนื่อง แต่คำถามสำคัญสำหรับผู้เริ่มต้นก็คือ “มือใหม่ควรเลือก TaylorMade Driver รุ่นไหนดี?”

คำตอบที่ชัดเจนและตรงประเด็นที่สุดสำหรับนักกอล์ฟมือใหม่คือ การเลือกรุ่นที่มีรหัสต่อท้ายว่า “MAX” หรือ “HD” (High Draw) โดยมีค่าองศาหน้าไม้ (Loft) อยู่ที่ 10.5 องศา หรือ 12 องศา และจับคู่กับก้านไม้กอล์ฟที่มีความแข็งระดับ Regular (R) หรือ Lite (A) ไดรเวอร์ในกลุ่มนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อเน้นการชดเชยความผิดพลาดสูงสุด (Maximum Forgiveness) ช่วยให้ลูกลอยขึ้นสู่อากาศได้ง่าย และช่วยบรรเทาอาการตีลูกเลี้ยวขวาหรือสไลด์ (Slice) ซึ่งเป็นอุปสรรคที่พบบ่อยที่สุดในกลุ่มผู้เริ่มต้นเล่นกอล์ฟ

การเลือกซื้อไดรเวอร์ไม่ได้มีสูตรสำเร็จเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถใช้ได้กับทุกคน เนื่องจากสรีระ ความแข็งแรง และความเร็วในการสวิงของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน การทำความเข้าใจองค์ประกอบทางเทคนิคพื้นฐานและการอ่านรหัสรุ่นของ TaylorMade จะช่วยให้คุณสามารถประเมินและเลือกซื้อไม้กอล์ฟที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาวงสวิงของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แทนที่จะต้องปรับวงสวิงเข้าหาไม้กอล์ฟที่ยากเกินความสามารถในปัจจุบัน

สินค้าที่กล่าวถึงในคู่มือนี้

ทำไมมือใหม่ถึงควรพิจารณา TaylorMade Driver?

TaylorMade เป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีหัวไม้กอล์ฟโลหะ (Metalwoods) มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1979 และยังคงเป็นผู้นำในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหน้าไม้มาจนถึงปัจจุบัน ปรัชญาการออกแบบของแบรนด์มุ่งเน้นไปที่การผสานความเร็วของลูกกอล์ฟ (Ball Speed) เข้ากับการชดเชยความผิดพลาด (Forgiveness) เพื่อช่วยให้นักกอล์ฟสามารถตีได้ระยะทางที่ไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แม้ในช็อตที่หน้าไม้เข้าปะทะลูกกอล์ฟไม่โดนจุดกึ่งกลางหน้าไม้ หรือที่เรียกว่าจุด Sweet Spot

หนึ่งในนวัตกรรมที่โดดเด่นของ TaylorMade คือการเปลี่ยนผ่านจากหัวไม้ไทเทเนียมแบบเดิมเข้าสู่ยุคของ “Carbonwood” หรือการใช้หน้าไม้และโครงสร้างที่ทำจากวัสดุคาร์บอนคอมโพสิตที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ การลดน้ำหนักของโครงสร้างส่วนหน้าไม้ช่วยให้วิศวกรสามารถนำน้ำหนักที่ประหยัดได้ไปจัดสรรใหม่ โดยนำไปวางไว้ที่ส่วนท้ายและส่วนล่างของหัวไม้กอล์ฟ การกระจายน้ำหนักในลักษณะนี้ช่วยเพิ่มค่าความต้านทานการบิดตัวของหน้าไม้ หรือค่า MOI (Moment of Inertia) ให้สูงขึ้นอย่างมหาศาล ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับมือใหม่ที่วงสวิงยังไม่สถิตและมักจะตีลูกพลาดจุดกึ่งกลางหน้าไม้บ่อยครั้ง

นอกจากเทคโนโลยีภายในแล้ว การออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกของ TaylorMade ยังช่วยเอื้อต่อการเล่นของมือใหมอย่างมาก เช่น การใช้คู่สีที่ตัดกันอย่างชัดเจนระหว่างหน้าไม้และกระดองไม้ (Crown) รวมถึงการออกแบบเส้นเล็งทิศทางที่ช่วยให้ผู้เล่นสามารถจัดแนวหน้าไม้ให้สแควร์กับลูกกอล์ฟและเป้าหมายได้อย่างแม่นยำตั้งแต่ขั้นตอนการจรดลูก (Address) ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดตั้งแต่เริ่มต้นสวิง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเทคโนโลยีของ TaylorMade จะมีความล้ำสมัยเพียงใด สิ่งสำคัญที่นักกอล์ฟต้องตระหนักคือ ไม่มีไม้กอล์ฟรุ่นใดที่สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดทางเทคนิคของวงสวิงได้อย่างสมบูรณ์แบบ ความเหมาะสมของไดรเวอร์แต่ละรุ่นยังคงขึ้นอยู่กับสรีระร่างกาย ความแข็งแรง และระดับทักษะเฉพาะตัวของคุณ การเลือกซื้อจึงควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลและการทดสอบจริง มากกว่าการตัดสินใจจากกระแสความนิยมหรือการโฆษณาเพียงอย่างเดียว

3 ปัจจัยหลักที่มือใหม่ต้องเช็คก่อนเลือก Driver

การเลือกไดรเวอร์ตัวแรกเปรียบเสมือนการเลือกคู่ซ้อมที่รู้ใจ หากเลือกไม้ที่มีสเปคยากเกินไปจะทำให้เกิดความท้อแท้และพัฒนาฝีมือได้ช้าลง ในทางกลับกัน หากเลือกไม้ที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกครั้งที่ยืนบนแท่นทีออฟ นี่คือ 3 ปัจจัยหลักที่คุณต้องพิจารณาอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ

taylormade golf driver

ค่า Loft ที่เหมาะสมกับสวิงสปีด

ค่าองศาหน้าไม้ หรือ Loft คือมุมที่หน้าไม้ทำกับแนวตั้ง มีบทบาทสำคัญในการกำหนดมุมเหิน (Launch Angle) และอัตราการสปิน (Spin Rate) ของลูกกอล์ฟ สำหรับนักกอล์ฟมือใหม่ที่ยังไม่มีความเร็วในการสวิง (Swing Speed) ที่สูงมากนัก การเลือกใช้ไดรเวอร์ที่มีค่า Loft สูง เช่น 10.5 องศา หรือ 12 องศา จะช่วยให้ลูกกอล์ฟลอยขึ้นสู่อากาศได้ง่ายขึ้นและรักษาเวลาในการลอยตัว (Carry Distance) ได้ดีกว่า

ในทางฟิสิกส์ของการตีกอล์ฟ ค่า Loft ที่สูงขึ้นจะช่วยสร้างอัตราสปินย้อนกลับ (Backspin) ที่พอเหมาะ ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับแรงยกตัวช่วยพยุงให้ลูกกอล์ฟลอยอยู่ในอากาศได้นานขึ้นสำหรับผู้เล่นที่มีสวิงสปีดปานกลางถึงช้า หากมือใหม่เลือกใช้ไดรเวอร์ที่มีองศาต่ำเกินไป เช่น 9 องศา ลูกกอล์ฟมักจะไม่ลอยและจะตกพื้นเร็วเกินไป ทำให้สูญเสียระยะทางอย่างน่าเสียดาย ยิ่งไปกว่านั้น ไดรเวอร์ของ TaylorMade ส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักจะมาพร้อมกับคอไม้ที่ปรับองศาได้ (Adjustable Hosel) ซึ่งช่วยให้คุณสามารถปรับเพิ่มหรือลดค่า Loft ได้ตามการพัฒนาของวงสวิงในอนาคต

ความ Forgiving และขนาดหัวไม้

คำว่า “Forgiveness” หรือการชดเชยความผิดพลาด คือหัวใจสำคัญของการเลือกไม้กอล์ฟสำหรับมือใหม่ โดยมีค่า MOI (Moment of Inertia) เป็นตัวชี้วัดหลัก ค่า MOI คือความสามารถของหัวไม้ในการต้านทานการบิดตัวเมื่อปะทะลูกกอล์ฟนอกจุดกึ่งกลางหน้าไม้ มือใหม่ควรเลือกหัวไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดตามที่กฎกอล์ฟอนุญาตคือ 460 ลูกบาศก์เซนติเมตร (cc) เนื่องจากหัวไม้ขนาดใหญ่นี้จะมีพื้นที่หน้าไม้กว้างและให้ความมั่นใจแก่ผู้เล่นมากกว่าหัวไม้ขนาดเล็ก

เมื่อคุณตีลูกพลาดไปโดนบริเวณปลายไม้ (Toe) หรือโคนไม้ (Heel) ไดรเวอร์ที่มีค่า MOI สูงจะช่วยรักษาความเร็วของลูกและลดการเลี้ยวเบนของทิศทาง ทำให้ลูกกอล์ฟยังคงพุ่งไปข้างหน้าในแนวทางที่ค่อนข้างตรง แทนที่จะเลี้ยวออกนอกแฟร์เวย์ไปไกล ความรู้สึกที่ได้จากการตีไม้ประเภทนี้จะมีความมั่นคงและนุ่มนวลกว่าอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่หัวไม้ขนาดเล็กที่นักกอล์ฟอาชีพใช้จะเน้นการควบคุมวิถีลูก (Workability) ซึ่งยากเกินไปสำหรับผู้เริ่มต้น

น้ำหนักและการกระจายตัวของน้ำหนัก

น้ำหนักรวมของไดรเวอร์และตำแหน่งการกระจายน้ำหนักภายในหัวไม้มีผลอย่างมากต่อจังหวะการสวิงและการควบคุมทิศทาง นักกอล์ฟเริ่มต้นควรเลือกไดรเวอร์ที่มีน้ำหนักรวมค่อนข้างเบา เพื่อให้สามารถควบคุมแนวสวิงและรักษาความเร็วหัวไม้ได้โดยไม่รู้สึกเกร็งหรือเหนื่อยล้าจนเกินไปในช่วงท้ายของรอบการเล่น

นอกจากนี้นักกอล์ฟมือใหม่ส่วนใหญ่มักประสบปัญหาการตีลูกเลี้ยวขวาสำหรับคนถนัดขวา หรือที่เรียกว่าอาการ “Slice” การเลือกไดรเวอร์ที่มีการออกแบบให้กระจายน้ำหนักค่อนข้างหนักไปทางโคนไม้ (Draw-bias) จะช่วยให้หน้าไม้ปิดได้เร็วขึ้นขณะเข้าปะทะลูก ช่วยบรรเทาอาการ Slice และเปลี่ยนวิถีลูกให้ตรงหรือเลี้ยวซ้ายเล็กน้อย (Draw) ซึ่งช่วยเพิ่มระยะทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีอ่านชื่อรุ่นและรหัสของ TaylorMade เพื่อหาไม้ที่เหมาะกับคุณ

เมื่อคุณเข้าไปเลือกชมสินค้าในร้านอุปกรณ์กอล์ฟหรือบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ คุณจะพบกับชื่อรุ่นของ TaylorMade ที่มีรหัสและตัวอักษรต่อท้ายมากมาย การเข้าใจความหมายของรหัสเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถคัดกรองรุ่นที่เหมาะสมกับตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดหรือรุ่นมือสองยอดนิยมจากปีก่อนๆ

รหัส “MAX” คือตัวเลือกอันดับหนึ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับมือใหม่ รหัสนี้ย่อมาจาก Maximum Forgiveness ซึ่งหมายถึงรุ่นที่ได้รับการออกแบบมาให้มีค่า MOI สูงสุด มีจุดศูนย์ถ่วง (CG) อยู่ต่ำและลึกไปทางด้านหลังหัวไม้ ช่วยให้ลูกลอยง่ายและชดเชยความผิดพลาดได้ดีที่สุดในไลน์อัปนั้นๆ ตัวอย่างเช่น ตระกูล Qi10 MAX หรือ Stealth 2 MAX หากคุณไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นที่รุ่นไหน การเลือกตระกูล MAX จะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและตอบโจทย์ที่สุด

รหัส “HD” (High Draw) ได้รับการออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหายอดฮิตของมือใหม่อย่างอาการตีลูกสไลด์ออกขวา โดยมีการจัดวางตำแหน่งน้ำหนักถ่วงภายในหัวไม้ให้อยู่ใกล้กับโคนไม้มากขึ้น ช่วยให้ผู้เล่นสามารถสแควร์หน้าไม้ปะทะลูกได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ได้วิถีลูกที่พุ่งตรงและลอยสูงขึ้นอย่างชัดเจน เช่น รุ่น Qi10 HD หรือ Stealth 2 HD

รหัส “LS” (Low Spin) หรือรุ่นที่มีเครื่องหมายบวก (+) เป็นรุ่นที่มือใหม่ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด ไดรเวอร์กลุ่มนี้ได้รับการออกแบบมาสำหรับนักกอล์ฟระดับฝีมือดีหรือผู้ที่มีความเร็วสวิงสูงมาก โดยเน้นการลดอัตราสปินเพื่อเพิ่มระยะทางและควบคุมวิถีลูกให้อยู่ในแนวราบ หากมือใหม่นำมาใช้ จะทำให้ตีลูกลอยยาก ระยะตกสั้นลง และควบคุมทิศทางได้ยากกว่าเดิมเนื่องจากการชดเชยความผิดพลาดที่ต่ำกว่า

การเข้าใจรหัสเหล่านี้ยังช่วยให้คุณสามารถเลือกซื้อไม้กอล์ฟมือสองรุ่นปีก่อนๆ ได้อย่างมั่นใจ เช่น ตระกูล SIM2 MAX หรือ SIM2 MAX-D ซึ่งยังคงใช้ระบบการตั้งชื่อแบบเดียวกันและให้ประสิทธิภาพการชดเชยความผิดพลาดที่ยอดเยี่ยมในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

ขั้นตอนการลองไม้และเช็คสเปคก่อนตัดสินใจซื้อ

การตัดสินใจซื้อไดรเวอร์ไม่ควรตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอกหรือข้อมูลทางเทคนิคบนกระดาษเพียงอย่างเดียว ขั้นตอนการทดสอบจริงและการตรวจสอบรายละเอียดทางเทคนิคคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยรับประกันว่าเงินที่คุณจ่ายไปจะคุ้มค่าและได้อุปกรณ์ที่ตรงกับสรีระของคุณมากที่สุด

ทดสอบด้วยเครื่อง Launch Monitor หากเป็นไปได้ คุณควรไปทดลองสวิงจริงที่ร้านตัวแทนจำหน่ายที่มีบริการติดตั้งและทดสอบไม้กอล์ฟ (Fitting) โดยใช้เครื่อง Launch Monitor เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญสามประการ ได้แก่:

  • Ball Speed (ความเร็วลูกกอล์ฟ): เพื่อดูว่าหน้าไม้ช่วยส่งแรงได้ดีเพียงใด
  • Launch Angle (มุมเหินของลูก): เพื่อตรวจสอบว่าค่า Loft ที่เลือกช่วยให้ลูกลอยในมุมที่เหมาะสมหรือไม่ โดยทั่วไปสำหรับมือใหม่ควรมีมุมเหินอยู่ที่ประมาณ 12 ถึง 16 องศา
  • Spin Rate (อัตราการสปิน): เพื่อเช็คว่าลูกกอล์ฟไม่สปินสูงเกินไปจนสูญเสียระยะทาง หรือต่ำเกินไปจนลูกตกเร็ว โดยค่าที่เหมาะสมสำหรับมือใหม่อยู่ที่ประมาณ 2,500 ถึง 3,200 รอบต่อนาที (RPM)

การเลือกก้านไม้กอล์ฟ (Shaft) ที่เหมาะสม ก้านไม้กอล์ฟเปรียบเสมือนเครื่องยนต์ของไดรเวอร์ มือใหม่ควรให้ความสำคัญกับความแข็งของก้าน (Flex) และน้ำหนักก้านเป็นพิเศษ:

  • Flex ระดับ Regular (R): เหมาะสำหรับนักกอล์ฟชายทั่วไปที่มีความเร็วสวิงปานกลาง
  • Flex ระดับ Lite หรือ Senior (A/M): เหมาะสำหรับผู้เล่นที่สวิงสปีดไม่สูงมาก หรือผู้สูงอายุที่ต้องการแรงดีดของก้านช่วยส่งลูก
  • Flex ระดับ Ladies (L): ออกแบบมาสำหรับนักกอล์ฟสตรีโดยเฉพาะ
  • น้ำหนักก้าน: ควรเลือกก้านที่มีน้ำหนักเบา (ประมาณ 40 ถึง 55 กรัม) เพื่อช่วยให้สวิงได้ง่ายและไม่เหนื่อยล้า

การตรวจสอบขนาดของกริป (Grip Size) ขนาดของกริปหรือด้ามจับเป็นอีกหนึ่งจุดที่มักถูกมองข้าม กริปที่หนาเกินไปจะทำให้ข้อมือทำงานได้ยากขึ้น ส่งผลให้หน้าไม้เปิดขณะปะทะลูกและเกิดอาการสไลด์ได้ง่าย ในขณะที่กริปที่บางเกินไปอาจทำให้ข้อมือทำงานมากเกินไปจนเกิดอาการดึงลูกออกซ้าย (Hook) การเลือกขนาดกริปที่พอดีกับขนาดมือจะช่วยให้การจับไม้มีความเป็นธรรมชาติและควบคุมหน้าไม้ได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ สภาพอากาศที่ร้อนชื้นในประเทศไทยมักทำให้นักกอล์ฟมีเหงื่อออกที่มือได้ง่าย การเลือกกริปที่มีคุณสมบัติระบายความชื้นหรือทำจากวัสดุกึ่งยางกึ่งยางสังเคราะห์ที่ช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ไม้ลื่นหลุดมือขณะสวิง

การตรวจสอบความน่าเชื่อถือและการรับประกัน เมื่อคุณเลือกสเปคที่ต้องการได้แล้ว และตัดสินใจสั่งซื้อผ่านร้านค้าออนไลน์หรือร้านโปรช็อป ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสินค้ามีการรับประกันจากศูนย์บริการอย่างเป็นทางการในประเทศไทย หลีกเลี่ยงร้านค้าที่ไม่มีการระบุนโยบายการคืนสินค้าหรือไม่มีการรับประกันที่ชัดเจน เนื่องจากในปัจจุบันมีสินค้าลอกเลียนแบบแพร่ระบาดค่อนข้างมาก การซื้อจากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจะช่วยให้คุณมั่นใจในคุณภาพและบริการหลังการขาย

ข้อควรระวังและข้อจำกัดสำหรับนักกอล์ฟเริ่มต้น

แม้ว่าไดรเวอร์ระดับพรีเมียมของ TaylorMade จะอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยให้การเล่นกอล์ฟง่ายขึ้น แต่นักกอล์ฟมือใหม่ต้องเข้าใจและยอมรับความจริงที่ว่า อุปกรณ์ที่ดีไม่สามารถทดแทนวงสวิงที่ถูกต้องและการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอได้ เทคโนโลยีชดเชยความผิดพลาดช่วยเพียงแค่ลดความรุนแรงของผลลัพธ์ในช็อตที่ผิดพลาด แต่ไม่ได้ช่วยแก้ไขข้อผิดพลาดของท่าทางหรือแนวสวิงที่ผิดเพี้ยนไปจากพื้นฐาน การเรียนกอล์ฟกับโปรผู้ฝึกสอนควบคู่ไปกับการใช้ไม้กอล์ฟที่เหมาะสมจึงเป็นแนวทางที่ดีที่สุดในการพัฒนาฝีมือ

ข้อควรระวังอีกประการหนึ่งคือการหลีกเลี่ยงกระแสความนิยมที่อยากใช้ไม้กอล์ฟรุ่นเดียวกับที่นักกอล์ฟอาชีพในทีวีใช้ บ่อยครั้งที่มือใหม่ตัดสินใจซื้อรุ่นประเภท Low Spin หรือหัวไม้ที่มีรูปทรงกะทัดรัด (Compact) เพียงเพราะรูปลักษณ์ที่สวยงามและดูเป็นมืออาชีพ การเลือกใช้ไม้ที่เกินความสามารถของตัวเองนอกจากจะทำให้การเล่นไม่สนุกแล้ว ยังอาจนำไปสู่อาการบาดเจ็บจากการพยายามเค้นแรงสวิงเพื่อควบคุมไม้กอล์ฟที่ไม่เหมาะสมกับตัวเองอีกด้วย การยอมรับระดับทักษะในปัจจุบันและเลือกไม้กอล์ฟที่ช่วยให้คุณเล่นสนุกขึ้นคือหัวใจสำคัญของการเล่นกอล์ฟในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

มือใหม่ควรใช้ก้านไม้ความแข็งระดับไหน?

สำหรับนักกอล์ฟมือใหม่ที่เป็นผู้ชายทั่วไป แนะนำให้เริ่มต้นพิจารณาก้านความแข็งระดับ Regular (R) ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานที่ให้ความสมดุลระหว่างการควบคุมและระยะทาง หากคุณรู้สึกว่าสวิงสปีดของตัวเองค่อนข้างช้า หรือเป็นผู้สูงอายุ ก้านระดับ Lite หรือ Senior (A) จะช่วยให้ตีง่ายขึ้น ส่วนนักกอล์ฟสตรีควรเลือกก้านระดับ Ladies (L) ทั้งนี้ การทดลองสวิงจริงร่วมกับการวัดความเร็วสวิงสปีดโดยผู้เชี่ยวชาญจะเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุดในการเลือก Flex ที่เหมาะสม

สามารถซื้อ Driver มือสองมาฝึกได้หรือไม่?

คุณสามารถซื้อไดรเวอร์ TaylorMade มือสองมาใช้ในการฝึกซ้อมเริ่มต้นได้ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีในการประหยัดงบประมาณ อย่างไรก็ตาม ก่อนการตัดสินใจซื้อควรตรวจสอบสภาพหน้าไม้อย่างละเอียดว่าไม่มีรอยบุบหรือรอยร้าว ตรวจเช็คก้านไม้กอล์ฟว่าไม่มีรอยร้าวลึกหรือการบิดเบี้ยว และตรวจสอบความแท้ของสินค้าโดยเปรียบเทียบรหัสซีเรียลนัมเบอร์กับข้อมูลของทางแบรนด์ นอกจากนี้ต้องยอมรับข้อจำกัดว่าสินค้ามือสองมักจะไม่มีการรับประกันจากทางแบรนด์หากเกิดความชำรุดเสียหายจากการใช้งาน

พูดคุยกับชุมชน

แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่

ร่วมการสนทนา

จำเป็นต้องระบุชื่อและอีเมล อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ และไม่อนุญาตให้ใส่ลิงก์