กีฬาและกิจกรรมกลางแจ้ง คู่มือที่ใช้ได้จริง
อุปกรณ์ป้องกันมวยไทย

คู่มือเลือกขนาดและน้ำหนักนวมมวยไทยให้เหมาะกับการซ้อมแต่ละประเภท

คู่มือเลือกขนาดและน้ำหนักนวมมวยไทยให้เหมาะกับการซ้อมแต่ละประเภท เรียนรู้วิธีจับคู่น้ำหนัก oz และขนาดช่องมือของถุงมือและอุปกรณ์สวมมือเพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการฝึกซ้อม

เพิ่มเป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการบน Google

การเลือกขนาดและน้ำหนักของนวมมวยไทยที่ถูกต้องไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสบายขณะสวมใส่เท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันอาการบาดเจ็บและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึกซ้อมของคุณอย่างสูงสุด ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้เริ่มต้นที่เพิ่งก้าวเข้าสู่วงการมวยไทย หรือเป็นนักกีฬาที่ฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น การเข้าใจความแตกต่างของน้ำหนักนวมที่วัดเป็นออนซ์ (oz) รวมถึงลักษณะของช่องสวมมือจะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อ ถุงมือและอุปกรณ์สวมมือ ได้อย่างเหมาะสมกับรูปแบบการซ้อม ไม่ว่าจะเป็นการซ้อมตีกระสอบทราย การเตะเป้า หรือการลงนวมสปาร์ริงจริงกับคู่ซ้อมในยิม

การละเลยความสำคัญในการเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมมักนำไปสู่อาการบาดเจ็บเรื้อรัง เช่น อาการข้อมือซ้น ข้อนิ้วอักเสบ หรือแม้กระทั่งการสร้างความบาดเจ็บให้กับเพื่อนร่วมซ้อมโดยไม่ได้ตั้งใจ ดังนั้น การสละเวลาทำความเข้าใจระบบน้ำหนักและโครงสร้างของนวมจะช่วยให้การลงทุนซื้ออุปกรณ์ของคุณคุ้มค่าและปลอดภัยที่สุดในระยะยาว

เข้าใจระบบน้ำหนักนวม (oz) และผลต่อการออกแรง

ระบบน้ำหนักของนวมมวยไทยจะใช้หน่วยวัดเป็นออนซ์ (Ounces หรือย่อว่า oz) ซึ่งตัวเลขนี้ระบุถึงน้ำหนักรวมของนวมหนึ่งข้างเป็นหลัก ไม่ใช่ขนาดความกว้างหรือความยาวของช่องสวมมืออย่างที่หลายคนเข้าใจผิด โดยทั่วไปแล้ว นวมที่มีจำนวนออนซ์น้อย เช่น 8 oz หรือ 10 oz จะมีน้ำหนักเบาและมีชั้นโฟมหรือเบาะรองรับแรงกระแทกที่บางกว่า ในขณะที่นวมที่มีจำนวนออนซ์มาก เช่น 14 oz หรือ 16 oz จะมีน้ำหนักที่มากกว่าและมีชั้นเบาะที่หนาและนุ่มกว่าอย่างเห็นได้ชัด เพื่อวัตถุประสงค์ในการกระจายแรงปะทะและลดความรุนแรงของหมัดที่จะกระทบต่อเป้าหมาย

หากเปรียบเทียบในเชิงฟิสิกส์ของการออกแรง น้ำหนัก 1 ออนซ์จะเท่ากับประมาณ 28.3 กรัม ดังนั้น นวมขนาด 10 ออนซ์จะมีน้ำหนักประมาณ 283 กรัม ในขณะที่นวมขนาด 16 ออนซ์จะมีน้ำหนักสูงถึงประมาณ 453 กรัม ส่วนต่างของน้ำหนักเกือบ 170 กรัมต่อข้างนี้ ส่งผลอย่างมากต่อโมเมนตัมและการทำงานของกล้ามเนื้อ นวมที่เบากว่าช่วยให้คุณออกหมัดได้รวดเร็วและรักษาความเร็วในการชกได้ดี เหมาะสำหรับการฝึกเทคนิคและการตอบสนองอย่างรวดเร็ว ส่วนนวมที่หนักกว่าจะสร้างแรงต้านให้กับกล้ามเนื้อหัวไหล่และแขน ทำให้คุณเหนื่อยเร็วขึ้นในช่วงแรก แต่เป็นการฝึกเพื่อสร้างความทนทานและความแข็งแกร่งที่ดีเยี่ยม

ความปลอดภัยคือเหตุผลสำคัญที่สุดในการเลือกน้ำหนักนวมให้ถูกต้อง หากคุณสวมนวมที่เบาเกินไปและมีเบาะรองรับบางเกินไปในการซ้อมหนัก ข้อมือและข้อนิ้วของคุณจะต้องรับแรงกระแทกโดยตรงจากกระสอบทรายหรือเป้าเตะที่แข็ง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการข้อนิ้วอักเสบ กระดูกมือร้าว หรือข้อมือซ้นได้ ในทางกลับกัน การใช้นวมที่หนักเกินไปโดยที่กล้ามเนื้อและโครงสร้างข้อมือของคุณยังไม่แข็งแรงพอ อาจทำให้คุณไม่สามารถควบคุมวิถีหมัดและตำแหน่งการปะทะที่ถูกต้อง ส่งผลให้ข้อมือพลิกขณะปะทะเป้าหมายได้เช่นกัน

จับคู่น้ำหนักนวมให้ตรงกับรูปแบบการซ้อม

การฝึกซ้อมมวยไทยในแต่ละเซสชันมีวัตถุประสงค์และลักษณะการปะทะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนั้นการเลือกน้ำหนักของนวมให้ตรงกับกิจกรรมที่ทำจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อประสิทธิภาพในการฝึกและเพื่อความปลอดภัยของทุกคนในยิม

นวมมวยไทย
ภาพประกอบสร้างโดย AI ใช้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น

นวมสำหรับซ้อมเป้าและกระสอบทราย (Pad Work & Heavy Bag)

สำหรับการฝึกซ้อมตีกระสอบทรายและการเตะเป้า (Pad Work) วัตถุประสงค์หลักคือการฝึกฝนพละกำลัง ความแม่นยำ และความเร็วในการออกอาวุธ น้ำหนักนวมมาตรฐานที่แนะนำสำหรับกิจกรรมนี้จะอยู่ที่ประมาณ 10 ถึง 12 ออนซ์ สำหรับผู้ฝึกซ้อมที่มีน้ำหนักตัวน้อยถึงปานกลาง (ไม่เกิน 70 กิโลกรัม) ส่วนผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากกว่านั้นหรือมีแรงปะทะสูง ควรขยับไปใช้ขนาด 12 ถึง 14 ออนซ์ เพื่อการปกป้องข้อนิ้วที่ดีขึ้น

เบาะรองรับของนวมประเภทนี้ควรมีความแน่นและกระชับสูง เพื่อให้สามารถรองรับแรงกระแทกซ้ำๆ กับพื้นผิวที่แข็งของกระสอบทรายได้โดยไม่ยุบตัวจนถึงข้อนิ้ว นวมตีกระสอบทรายที่ดีจะช่วยกระจายแรงสะท้อนกลับไม่ให้วิ่งตรงเข้าสู่ข้อต่อมือและข้อมือของคุณโดยตรง ช่วยให้คุณสามารถซ้อมได้ยาวนานขึ้นโดยปราศจากอาการระบม

ข้อควรระวังที่สำคัญคือ หลีกเลี่ยงการใช้นวมที่มีน้ำหนักเบาเกินไป เช่น นวมขนาดต่ำกว่า 10 ออนซ์ กับกระสอบทรายที่มีความหนาแน่นสูงหรือแข็งกระด้าง เนื่องจากแรงสะท้อนกลับที่รุนแรงอาจทำให้ข้อมือของคุณพับหรือพลิกได้ง่าย และหากรู้สึกว่ามีอาการเจ็บเสียวที่ข้อนิ้วขณะชก ควรหยุดซ้อมทันทีเพื่อตรวจสอบความแน่นของผ้าพันมือและการยุบตัวของเบาะนวม

นวมสำหรับซ้อมสปาร์ริง (Sparring)

การซ้อมสปาร์ริงหรือการจำลองสถานการณ์ต่อสู้จริง เป็นกิจกรรมที่เน้นการฝึกทักษะ ไหวพริบ และการตอบสนอง โดยเป้าหมายหลักไม่ใช่การน็อกเอาต์คู่ซ้อม แต่เป็นการฝึกซ้อมอย่างปลอดภัย ดังนั้น กฎเหล็กของทุกยิมมวยไทยคือการบังคับให้นักเรียนใช้นวมที่มีน้ำหนักมากและมีเบาะหนานุ่มเป็นพิเศษ โดยทั่วไปจะกำหนดไว้ที่ขนาด 14 ถึง 16 ออนซ์ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของคู่ซ้อมทั้งสองฝ่าย

นวมขนาด 14-16 ออนซ์ จะมีปริมาณโฟมซับแรงกระแทกที่หนาแน่นและนุ่มกว่านวมขนาดเล็ก ซึ่งช่วยลดแรงปะทะที่จะส่งไปยังใบหน้าและร่างกายของคู่ซ้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันการเกิดแผลแตกและลดความเสี่ยงต่อการกระทบกระเทือนทางสมอง นอกจากนี้ การสวมนวมที่หนักขึ้นยังช่วยให้คุณได้ฝึกความอดทนของกล้ามเนื้อไหล่ในการยกการ์ดป้องกันตัวเองตลอดการซ้อมสปาร์ริง

ข้อห้ามที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดคือ ห้ามนำนวมขนาดเล็กที่ใช้สำหรับซ้อมเป้าหรือตีกระสอบทราย (เช่น 8-10 oz) มาใช้ในการซ้อมสปาร์ริงเด็ดขาด เนื่องจากเบาะของนวมเหล่านั้นมักจะบางและแข็งตัวจากการใช้งานหนักมาแล้ว ซึ่งอาจทำให้คู่ซ้อมของคุณได้รับบาดเจ็บรุนแรงได้ง่าย และก่อนเริ่มสปาร์ริงทุกครั้ง ควรตรวจสอบสภาพเบาะนวมว่าไม่มีการฉีกขาดหรือโฟมยุบตัวจนเห็นโครงสร้างด้านใน

นวมสำหรับซ้อมทั่วไปและออกกำลังกาย (General Training & Fitness)

สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นเรียนมวยไทยเพื่อการออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก หรือคาร์ดิโอ ซึ่งกิจกรรมในคลาสส่วนใหญ่จะเป็นการผสมผสานระหว่างการเตะเป้า ตีกระสอบทราย และการฝึกท่าทางกายบริหาร นวมอเนกประสงค์ (General Training Gloves) ขนาดกลางๆ เช่น 12 ถึง 14 ออนซ์ ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและครอบคลุมที่สุดสำหรับการเริ่มต้น

นวมประเภทอเนกประสงค์นี้ได้รับการออกแบบมาให้มีโครงสร้างที่ยืดหยุ่นและมีช่องสวมมือที่ค่อนข้างกว้างกว่านวมเฉพาะทาง เพื่อรองรับสรีระมือของผู้ใช้งานทั่วไปที่อาจจะยังพันผ้าพันมือไม่หนาแน่นเท่ากับนักมวยอาชีพ หรือผู้ที่เลือกใช้ผ้าพันมือแบบสวมสำเร็จรูป (Quick Wraps) ซึ่งมีความหนาเฉพาะตัว นวมขนาดนี้จะช่วยให้คุณสามารถทำกิจกรรมทุกอย่างในคลาสได้อย่างลื่นไหลโดยไม่ต้องคอยเปลี่ยนนวมไปมา

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นนวมอเนกประสงค์ แต่คุณก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าตัวนวมมีระบบซัพพอร์ตข้อมือที่เพียงพอ และหากในอนาคตคุณต้องการพัฒนาไปสู่การซ้อมสปาร์ริงที่จริงจังมากขึ้น การลงทุนซื้อนวมขนาด 16 ออนซ์เพิ่มอีกหนึ่งคู่จะช่วยตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยได้ดีกว่าการใช้นวมอเนกประสงค์คู่เดียว

เลือกขนาดช่องมือและระบบรัดข้อมือให้ล็อกแน่นสำหรับถุงมือและอุปกรณ์สวมมือ

นอกเหนือจากน้ำหนักออนซ์แล้ว ขนาดของช่องสวมมือ (Hand Compartment) และระบบการรัดข้อมือก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนวมที่น้ำหนักพอดีแต่ออกแบบช่องมือมาไม่เข้ากับสรีระของคุณ อาจก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บและความอึดอัดขณะฝึกซ้อมได้

สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ ขนาดของช่องมือนวมไม่ได้แปรผันตามน้ำหนักออนซ์เสมอไป แบรนด์ผู้ผลิตแต่ละรายมักจะมีรูปทรงของช่องมือที่แตกต่างกัน บางแบรนด์ออกแบบมาสำหรับคนมือใหญ่ บางแบรนด์เน้นความกระชับสำหรับคนมือเล็ก และที่สำคัญที่สุดคือ คุณต้องเผื่อพื้นที่ภายในช่องมือไว้สำหรับความหนาของผ้าพันมือ (Hand wraps) เสมอ การลองนวมด้วยมือเปล่าแล้วรู้สึกพอดี อาจหมายความว่าเมื่อคุณพันผ้าพันมือแล้ว ช่องมือจะแน่นจนเกินไปจนทำให้มือชาและเลือดไหลเวียนไม่สะดวก

ระบบรัดข้อมือของนวมมวยไทยในปัจจุบันแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ซึ่งมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันตามลักษณะการใช้งาน:

  • ระบบสายรัดเวลโคร (Velcro หรือแถบตีนตุ๊กแก): เป็นระบบที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับการซ้อมทั่วไป เนื่องจากมีความสะดวกสบายสูง สามารถสวมใส่และถอดออกได้ด้วยตัวเองอย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับคลาสเรียนมวยไทยที่ต้องมีการสลับอุปกรณ์บ่อยๆ อย่างไรก็ตาม แถบเวลโครอาจเสื่อมสภาพได้ตามอายุการใช้งานและอาจให้การล็อกข้อมือที่แน่นหนาน้อยกว่าระบบผูกเชือกเล็กน้อย
  • ระบบผูกเชือก (Lace-up): เป็นระบบมาตรฐานที่ใช้ในการแข่งขันระดับอาชีพและยิมซ้อมหนัก ระบบนี้ให้ความกระชับและล็อกข้อต่อข้อมือได้อย่างดีเยี่ยมที่สุด ป้องกันไม่ให้ข้อมือขยับเขยื้อนหรือบิดงอขณะปะทะ แต่ข้อจำกัดสำคัญคือคุณไม่สามารถผูกหรือแกะเชือกได้ด้วยตัวเอง จำเป็นต้องมีผู้ช่วยหรือเทรนเนอร์คอยจัดการให้ทุกครั้ง

ในการเลือกซื้อ คุณควรตรวจสอบความกว้างของช่องมือโดยละเอียด โดยเมื่อสวมใส่พร้อมผ้าพันมือแล้ว นิ้วมือของคุณควรจะสามารถกำหมัดได้จนสุดโดยไม่มีแรงต้านจากโครงสร้างภายในที่บีบรัดข้อนิ้วจนเจ็บ และในขณะเดียวกัน ตัวนวมต้องไม่หลวมจนมือของคุณสามารถหมุนหรือขยับไปมาภายในนวมได้ เพราะความหลวมนี้จะทำให้แรงกระแทกกระจายตัวไม่สม่ำเสมอและนำไปสู่อาการบาดเจ็บได้ง่าย

4 ขั้นตอนลองสวมและตรวจสอบความฟิตก่อนซื้อ

เพื่อให้ได้นวมมวยไทยที่พอดีกับสรีระมือของคุณมากที่สุด และป้องกันความผิดพลาดจากการสั่งซื้อออนไลน์หรือการเลือกซื้อที่หน้าร้าน นี่คือ 4 ขั้นตอนปฏิบัติในการทดสอบความพอดีที่คุณสามารถทำตามได้อย่างง่ายดาย:

ขั้นตอนที่ 1: พันผ้าพันมือก่อนลองสวมเสมอ ก่อนที่คุณจะสอดมือเข้าไปในนวมคู่ใหม่ ให้ทำการพันผ้าพันมือในแบบที่คุณใช้ซ้อมจริงทุกครั้ง เพราะผ้าพันมือจะช่วยเพิ่มปริมาตรและความหนาให้กับมือของคุณ หากลองสวมนวมโดยไม่พันผ้า คุณจะไม่สามารถประเมินความพอดีที่แท้จริงขณะใช้งานจริงได้เลย

ขั้นตอนที่ 2: สวมนวมและรัดสายให้แน่นเพื่อตรวจเช็กข้อมือ สอดมือเข้าไปให้ลึกที่สุดจนปลายนิ้วสัมผัสกับส่วนปลายของนวม จากนั้นรัดสายรัดข้อมือหรือดึงเชือกให้แน่นในระดับที่รู้สึกกระชับ ทดลองสะบัดข้อมือไปมาอย่างรวดเร็ว ตัวนวมต้องล็อกติดอยู่กับแขนท่อนล่างและหลังมือของคุณอย่างมั่นคง ไม่มีการหมุน บิด หรือเลื่อนหลุดออกจากตำแหน่งเดิม

ขั้นตอนที่ 3: ทดลองกำหมัดและตรวจสอบแรงบีบที่ปลายนิ้ว ลองกำหมัดให้แน่นที่สุด สังเกตว่าปลายนิ้วของคุณชนเข้ากับส่วนปลายของเบาะนวมจนรู้สึกเจ็บหรือเล็บจิกเนื้อตัวเองหรือไม่ นวมที่พอดีจะช่วยให้คุณกำหมัดได้เป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องออกแรงต้านมากเกินไป และต้องไม่มีความรู้สึกบีบรัดจนเลือดคั่งหรือทำให้ปลายนิ้วชาหลังจากสวมใส่ไปเพียงไม่กี่นาที

ขั้นตอนที่ 4: ขยับและงอข้อมือเพื่อทดสอบการซัพพอร์ต ทดลองงอข้อมือขึ้นและลงเล็กน้อยเพื่อดูว่าโครงสร้างของนวมช่วยพยุงและจำกัดการเคลื่อนไหวของข้อมือให้อยู่ในแนวที่ปลอดภัยหรือไม่ นวมมวยไทยที่ดีจะช่วยล็อกข้อมือให้อยู่ในแนวตรงเดียวกับแขนท่อนล่างเพื่อส่งผ่านแรงปะทะได้อย่างถูกต้อง หากรู้สึกว่าข้อมือสามารถพับงอได้ง่ายเกินไป แสดงว่าระบบรัดข้อมือหรือโครงสร้างของนวมคู่นั้นอาจไม่แข็งแรงพอสำหรับการซ้อมหนักของคุณ

ยืดอายุนวมด้วยการดูแลที่ถูกวิธีในอากาศร้อนชื้น

สภาพอากาศที่ร้อนชื้นและมีฝนตกชุกในประเทศไทยเป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้เกิดการสะสมของเหงื่อ แบคทีเรีย และเชื้อราภายในนวมมวยไทย ซึ่งไม่เพียงแต่จะส่งกลิ่นเหม็นอับรบกวนคนรอบข้างเท่านั้น แต่ยังทำให้วัสดุหนังและโฟมภายในเสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนด การดูแลรักษาอย่างถูกวิธีหลังการซ้อมทุกครั้งจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย

หลังจากเสร็จสิ้นการซ้อมในแต่ละวัน ให้ใช้ผ้าแห้งที่สะอาดเช็ดคราบเหงื่อและสิ่งสกปรกออกจากพื้นผิวด้านนอกของนวมทันที จากนั้นให้ใช้ผ้าแห้งอีกผืนสอดเข้าไปเช็ดซับความชื้นภายในช่องสวมมือให้ได้มากที่สุด เพื่อลดการสะสมของน้ำเหงื่อที่จะซึมเข้าสู่ชั้นโฟมซับแรงกระแทก

ขั้นตอนการทำแห้งที่ถูกต้องคือการนำนวมไปผึ่งลมในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก โดยอาจใช้พัดลมช่วยเป่าเพื่อเร่งการระเหยของความชื้น ห้ามนำนวมไปตากแดดจัดโดยตรงเด็ดขาด เนื่องจากความร้อนจากแสงแดดจะทำให้หนังสังเคราะห์หรือหนังแท้เกิดการแห้งกรอบ แตกลายงา และทำให้กาวรวมถึงชั้นโฟมภายในเสื่อมสภาพและยุบตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้นวมสูญเสียความสามารถในการซับแรงกระแทก

เพื่อประสิทธิภาพในการควบคุมกลิ่นและป้องกันเชื้อรา แนะนำให้หาซื้ออุปกรณ์ดูดความชื้น เช่น ถุงซิลิกาเจล (Silica Gel) หรือถุงคาร์บอนดับกลิ่นสำหรับใส่ในรองเท้าและนวมโดยเฉพาะ มาเสียบไว้ในช่องสวมมือหลังจากที่นวมแห้งแล้ว ซึ่งจะช่วยดูดซับความชื้นที่หลงเหลืออยู่ลึกภายในและช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้อย่างดีเยี่ยม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกนวมมวยไทย (FAQ)

ผู้เริ่มต้นควรซื้อนวมกี่คู่และน้ำหนักเท่าไร

สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นฝึกซ้อมมวยไทยและยังไม่แน่ใจในระยะยาว แนะนำให้เริ่มต้นลงทุนกับนวมอเนกประสงค์คุณภาพดีเพียง 1 คู่ก่อน โดยเลือกน้ำหนักในช่วง 12 ถึง 14 ออนซ์ ซึ่งเป็นน้ำหนักระดับกลางที่ยืดหยุ่นพอสำหรับการฝึกซ้อมพื้นฐานทุกประเภท ตั้งแต่การต่อยลม ตีเป้า ไปจนถึงการฝึกซ้อมตีกระสอบทรายเบาๆ หลังจากที่คุณฝึกซ้อมไปได้ระยะหนึ่งจนร่างกายเริ่มปรับตัว มีความแข็งแกร่งของข้อมือมากขึ้น และต้องการเข้าร่วมการซ้อมสปาร์ริงที่จริงจัง จึงค่อยพิจารณาซื้อนวมเฉพาะทางขนาด 16 ออนซ์เพิ่มขึ้นเป็นคู่ที่สอง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของตัวคุณเองและเพื่อนร่วมยิม

สามารถใช้นวมคู่เดียวสำหรับการซ้อมทุกประเภทได้หรือไม่

ในทางปฏิบัติไม่แนะนำให้ใช้นวมเพียงคู่เดียวสำหรับการซ้อมทุกประเภท เนื่องจากนวมที่ผ่านการซ้อมตีกระสอบทรายและเตะเป้าอย่างหนักหน่วงเป็นเวลานาน ชั้นโฟมภายในจะเกิดการบีบอัดตัวจนแข็งและบางลงเรื่อยๆ หากคุณนำนวมคู่เดิมนี้ไปใช้ในการซ้อมสปาร์ริง เบาะที่แข็งและบางจะทำหน้าที่กระจายแรงได้ไม่ดีพอ และอาจทำให้คู่ซ้อมของคุณได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าหรือร่างกายได้ง่าย ในทางกลับกัน หากคุณนำนวมสปาร์ริงขนาด 16 ออนซ์ที่มีเบาะนุ่มหนาไปตีกระสอบทรายบ่อยๆ แรงกระแทกที่รุนแรงและต่อเนื่องจะทำให้โฟมที่นุ่มพิเศษนั้นเสื่อมสภาพและยุบตัวอย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถนำกลับมาใช้สปาร์ริงได้อย่างปลอดภัยอีกต่อไป การแยกประเภทนวมจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าทั้งในแง่ความปลอดภัยและอายุการใช้งานของอุปกรณ์

พูดคุยกับชุมชน

แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่

ร่วมการสนทนา

จำเป็นต้องระบุชื่อและอีเมล อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ และไม่อนุญาตให้ใส่ลิงก์