กีฬาและกิจกรรมกลางแจ้ง คู่มือที่ใช้ได้จริง
ชุดว่ายน้ำและอุปกรณ์ว่ายน้ำ

วิธีเลือกแว่นตาว่ายน้ำ VIEW ให้พอดีหน้า ไม่รั่วซึม และไม่กดเจ็บดวงตา

แนะนำวิธีเลือกแว่นตาว่ายน้ำ VIEW ให้พอดีกับรูปหน้าเพื่อป้องกันน้ำรั่วซึมและลดแรงกดทับรอบดวงตา พร้อมขั้นตอนการทดสอบแรงดูด (Suction Test) และวิธีปรับแต่งสายรัดอย่างถูกต้อง

เพิ่มเป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการบน Google

การเลือกแว่นตาว่ายน้ำที่พอดีกับใบหน้าเป็นหัวใจสำคัญของการออกกำลังกายในน้ำอย่างราบรื่น สำหรับแบรนด์ VIEW ซึ่งเป็นแบรนด์แว่นตาว่ายน้ำชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น การทำความเข้าใจโครงสร้างรูปหน้าและระบบการปรับแต่งของแบรนด์จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงปัญหาน้ำรั่วซึมและการกดทับรอบดวงตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกแว่นตาว่ายน้ำที่ถูกต้องไม่ได้ขึ้นอยู่กับดีไซน์ภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาตั้งแต่ประเภทของกรอบแว่น ขนาดเลนส์ ไปจนถึงความยืดหยุ่นของขอบซิลิโคน เพื่อให้การสวมใส่มีความกระชับและสบายที่สุดตลอดการว่ายน้ำของคุณ

ทำความรู้จักขนาดและรูปทรงของแว่นตาว่ายน้ำ VIEW

แบรนด์ VIEW ได้พัฒนาแว่นตาว่ายน้ำออกมาหลากหลายรุ่นเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ตามขนาดและรูปทรงของกรอบแว่น เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกประเภทที่ตรงกับสรีระใบหน้าและกิจกรรมทางน้ำของตนเองได้อย่างเหมาะสมที่สุด

แว่นตาว่ายน้ำประเภทแรกคือ แว่นตากรอบเล็กสำหรับแข่งขัน (Racing หรือ Competitor Goggles) แว่นตากลุ่มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดแรงต้านน้ำให้ได้มากที่สุด เลนส์จะมีขนาดเล็กและแบนราบไปกับใบหน้าเพื่อความลู่ลม (Hydrodynamic) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการฝึกซ้อมที่เน้นความเร็วและการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกรอบแว่นมีขนาดเล็กและมักมีพื้นที่สัมผัสรอบดวงตาน้อย จึงอาจสร้างแรงกดบริเวณกระดูกเบ้าตามากกว่าแว่นตาประเภทอื่น หากสวมใส่เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายตาได้ง่ายกว่า

สินค้าที่กล่าวถึงในคู่มือนี้

ประเภทถัดมาคือ แว่นตากรอบขนาดกลางและขนาดใหญ่ (Fitness หรือ Recreation Goggles) ซึ่งออกแบบมาเพื่อเน้นความสบายในการสวมใส่เป็นหลัก แว่นตากลุ่มนี้มักใช้ขอบซิลิโคนที่มีความหนาและนุ่มเป็นพิเศษ ช่วยกระจายแรงกดทับรอบดวงตาได้ดีขึ้น อีกทั้งยังมีมุมมองเลนส์ที่กว้างกว่า ทำให้มองเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวในน้ำได้ชัดเจน เหมาะสำหรับการว่ายน้ำเพื่อสุขภาพ การฝึกซ้อมทั่วไป หรือการทำกิจกรรมทางน้ำในสระกลางแจ้งที่ต้องสวมใส่แว่นตาเป็นเวลานาน

นอกจากนี้ VIEW ยังมีแว่นตาว่ายน้ำประเภทที่ไม่ใช้ฟองน้ำหรือที่เรียกกันว่า แว่นตาสไตล์สวีดิช (Swedish Goggles) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่นักว่ายน้ำระดับสูงชื่นชอบ แว่นตาประเภทนี้ไม่มีขอบยางหรือซิลิโคนรองรับ แต่จะใช้ตัวเลนส์พลาสติกสัมผัสกับผิวหน้าโดยตรง จุดเด่นคือผู้ใช้งานสามารถประกอบและปรับแต่งระยะห่างของสะพานจมูกรวมถึงสายรัดได้ด้วยตนเองอย่างอิสระ ทำให้ได้ความแนบสนิทที่เข้ากับโครงหน้าอย่างแท้จริง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการเรียนรู้วิธีการปรับแต่งและการสวมใส่ที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้เกิดการกดทับที่รุนแรง

การทำความเข้าใจความแตกต่างของรูปทรงเหล่านี้จะช่วยให้คุณตระหนักว่า การเลือกขนาดแว่นตาว่ายน้ำไม่ใช่เพียงเรื่องของแฟชั่นหรือความสวยงาม แต่เป็นปัจจัยทางสรีรศาสตร์ที่ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการป้องกันน้ำรั่วซึม และความสบายของดวงตาในระยะยาว การเลือกกรอบแว่นที่ผิดขนาดอาจทำให้ขอบซิลิโคนไม่สามารถแนบสนิทกับผิวหน้า ส่งผลให้น้ำไหลเข้าตาตลอดเวลา หรืออาจทำให้เกิดรอยกดทับที่ลึกและเจ็บปวดรอบดวงตาหลังการใช้งาน

ขั้นตอนการประเมินรูปหน้าและเลือกขนาดเลนส์ให้พอดี

การประเมินโครงสร้างใบหน้าของตนเองก่อนตัดสินใจเลือกซื้อแว่นตาว่ายน้ำ VIEW เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้คุณจำกัดตัวเลือกและค้นหารุ่นที่เหมาะสมที่สุดได้ง่ายขึ้น เนื่องจากโครงสร้างกระดูกและสัดส่วนใบหน้าของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกันอย่างมาก การสังเกตรายละเอียดเล็กๆ บนใบหน้าจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

แว่นตาว่ายน้ำ VIEW

จุดแรกที่ควรสังเกตคือ โครงสร้างกระดูกเบ้าตาและโหนกแก้ม ให้ลองใช้นิ้วมือสัมผัสบริเวณรอบดวงตาเพื่อประเมินความลึกของเบ้าตาและตำแหน่งของกระดูกโหนกแก้ม หากคุณเป็นคนที่มีเบ้าตาลึก ขอบซิลิโคน (Gasket) ของแว่นตาว่ายน้ำจะต้องมีความหนาและยืดหยุ่นเพียงพอที่จะยื่นเข้าไปปิดผนึกกับผิวหนังด้านในได้อย่างสนิท ในทางกลับกัน หากคุณมีเบ้าตาตื้นหรือโหนกแก้มสูง แว่นตาว่ายน้ำที่มีขอบซิลิโคนบางหรือแบนราบกว่าอาจจะช่วยลดแรงกดทับบริเวณโหนกแก้มได้ดีกว่า

จุดถัดมาคือ ระยะห่างระหว่างดวงตาและความกว้างของใบหน้า สำหรับผู้ที่มีระยะห่างระหว่างดวงตาค่อนข้างมากหรือมีใบหน้ากว้าง การเลือกแว่นตาว่ายน้ำที่มีสะพานจมูกแบบเปลี่ยนได้ (Interchangeable Nose Bridges) ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง แบรนด์ VIEW หลายรุ่นมักจะมีสะพานจมูกมาให้เลือกเปลี่ยนหลายขนาดในกล่อง (เช่น ขนาด S, M, L, XL) การปรับระยะสะพานจมูกให้กว้างขึ้นจะช่วยป้องกันไม่ให้เลนส์ดึงรั้งบริเวณหัวตา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำรั่วซึมและเกิดความรู้สึกเจ็บตึงขณะใช้งาน

สำหรับผู้ที่มีใบหน้าแคบหรือระยะดวงตาชิดกัน การเลือกแว่นตาที่มีกรอบขนาดเล็กหรือรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับผู้หญิงและเยาวชนโดยเฉพาะ จะช่วยให้ขอบแว่นไม่ล้นออกไปนอกขมับและสามารถปิดผนึกรอบดวงตาได้อย่างพอดี การใช้แว่นตาที่กว้างเกินไปสำหรับใบหน้าแคบจะทำให้เกิดช่องว่างบริเวณหางตา ทำให้น้ำไหลซึมเข้าได้ง่ายแม้จะดึงสายรัดให้แน่นเพียงใดก็ตาม

ดังนั้น คุณไม่ควรเลือกซื้อแว่นตาว่ายน้ำเพียงเพราะเห็นว่าโมเดลนั้นดูสวยงามหรือมีขนาดเลนส์ที่ชอบ แต่ต้องพิจารณาจากพื้นที่สัมผัสจริงรอบดวงตา (Contact Area) เป็นหลัก การตรวจสอบความเข้ากันได้ระหว่างความโค้งของกรอบแว่นกับความโค้งของใบหน้าจะช่วยให้คุณได้แว่นตาว่ายน้ำที่สวมใส่สบายและใช้งานได้จริงโดยไม่มีปัญหากวนใจ

วิธีทดสอบการสวมใส่ (Fit Test) โดยไม่ใช้สายรัด

การทดสอบแรงดูดหรือที่เรียกกันว่า “Suction Test” เป็นวิธีมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับในการตรวจสอบว่าแว่นตาว่ายน้ำรุ่นนั้นๆ เข้ากับรูปหน้าของคุณได้ดีเพียงใด ก่อนที่คุณจะนำไปใช้งานจริงในสระว่ายน้ำ ขั้นตอนนี้สามารถทำได้ง่ายๆ ที่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์กีฬาหรือที่บ้านตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

  • ขั้นตอนที่ 1: เริ่มต้นด้วยการหยิบแว่นตาว่ายน้ำขึ้นมาโดยยังไม่ต้องนำสายรัดศีรษะมาคล้องไว้ที่ด้านหลัง ให้ปล่อยสายรัดห้อยลงมาด้านหน้าอย่างอิสระ จากนั้นนำตัวเลนส์ที่มีขอบซิลิโคนทาบลงบนเบ้าตาของคุณโดยตรง จัดตำแหน่งให้กึ่งกลางเลนส์ตรงกับดวงตาและสะพานจมูกอยู่ในตำแหน่งที่สบายที่สุด
  • ขั้นตอนที่ 2: ใช้นิ้วมือทั้งสองข้างกดลงบนกึ่งกลางเลนส์เบาๆ มุ่งหน้าเข้าหาใบหน้า การกดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อไล่อากาศที่อยู่ภายในเบ้าแว่นตาออกไป ในขณะที่กด ให้สังเกตความรู้สึกบริเวณรอบดวงตาว่ามีแรงดูดสุญญากาศเกิดขึ้นเล็กน้อยหรือไม่ ขอบซิลิโคนควรจะยุบตัวลงและแนบสนิทไปกับผิวหนังรอบดวงตาอย่างสม่ำเสมอโดยไม่มีช่องว่างให้อากาศไหลย้อนกลับเข้าไป
  • ขั้นตอนที่ 3: ค่อยๆ ปล่อยมือออกจากเลนส์แว่นตาโดยที่ศีรษะยังคงตั้งตรงตามปกติ สังเกตว่าแว่นตาว่ายน้ำสามารถเกาะติดอยู่บนใบหน้าของคุณได้โดยไม่หลุดร่วงลงมาหรือไม่ หากแว่นตาสามารถดูดติดอยู่ได้นานประมาณ 2 ถึง 5 วินาที แสดงว่าความโค้งของกรอบแว่นและขนาดของขอบซิลิโคนมีความเข้ากันได้ดีกับโครงสร้างใบหน้าของคุณ และสามารถสร้างแรงดูดสุญญากาศที่เพียงพอต่อการป้องกันน้ำรั่วซึม

ข้อควรระวังและเงื่อนไขการหยุดใช้งาน: ในระหว่างการทดสอบ หากคุณพบว่าแว่นตาสามารถดูดติดอยู่บนใบหน้าได้ดี แต่คุณกลับรู้สึกถึงแรงกดทับที่รุนแรงและเจ็บปวดบริเวณกระดูกเบ้าตา หรือสังเกตเห็นว่าขอบซิลิโคนเกิดการพับงอ บิดเบี้ยว หรือเผยอออกในบางจุด แสดงว่าแว่นตารุ่นนั้นไม่เหมาะสมกับรูปหน้าของคุณอย่างแท้จริง การฝืนใช้งานต่อไปจะทำให้เกิดอาการปวดตาอย่างรุนแรงเมื่อต้องว่ายน้ำเป็นเวลานาน และแรงดันน้ำจากการเคลื่อนไหวจะทำให้ขอบซิลิโคนที่พับงอนั้นรั่วซึมในที่สุด

โปรดระลึกไว้เสมอว่า แรงดูดที่ดีและมีประสิทธิภาพจะต้องมาพร้อมกับความสบายที่แท้จริง แว่นตาว่ายน้ำที่พอดีจะไม่สร้างความเจ็บปวดหรือรอยกดทับที่ลึกเกินไปรอบดวงตาตั้งแต่การทดสอบสวมใส่ครั้งแรก หากรู้สึกเจ็บตึงตั้งแต่ยังไม่ได้รัดสาย ให้ปฏิเสธรุ่นนั้นทันทีและมองหาตัวเลือกอื่นที่นุ่มนวลและเข้ากับสรีระของคุณมากกว่า

การปรับสายรัดและสะพานจมูกเพื่อป้องกันน้ำรั่วและลดแรงกด

หลังจากที่คุณเลือกซื้อแว่นตาว่ายน้ำ VIEW รุ่นที่เหมาะสมได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญไม่แพ้กันคือการปรับแต่งชิ้นส่วนต่างๆ ให้เข้ากับสรีระใบหน้าของคุณอย่างละเอียด การปรับตั้งค่าที่ไม่ถูกต้องมักเป็นสาเหตุแฝงที่ทำให้น้ำรั่วซึมและเกิดแรงกดทับที่ดวงตา แม้ว่าตัวแว่นจะมีขนาดที่พอดีแล้วก็ตาม ก่อนทำการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนใดๆ ควรตรวจสอบคำแนะนำและคู่มือการใช้งานจากผู้ผลิตแว่นตาว่ายน้ำ VIEW เสมอเพื่อป้องกันความเสียหายต่อชิ้นส่วนอุปกรณ์

การปรับสะพานจมูก: สำหรับแว่นตาว่ายน้ำ VIEW รุ่นที่มีสะพานจมูกแบบถอดเปลี่ยนได้ คุณควรทดลองเปลี่ยนขนาดสะพานจมูก (มักมีขนาด S, M, L มาให้) เพื่อค้นหาขนาดที่ทำให้ระยะห่างระหว่างเลนส์ทั้งสองข้างตรงกับตำแหน่งตาดำของคุณพอดี สะพานจมูกที่สั้นเกินไปจะดึงรั้งเลนส์เข้าหากัน ทำให้ขอบซิลิโคนบริเวณหัวตาเผยอออกและน้ำรั่วซึมได้ง่าย ในขณะที่สะพานจมูกที่ยาวเกินไปจะทำให้เลนส์ห่างกันเกินไป ส่งผลให้ขอบซิลิโคนด้านนอกกดทับบริเวณหางตาและขมับจนเกิดอาการปวด

การปรับสายรัดศีรษะ: ตำแหน่งและการตึงของสายรัดศีรษะมีผลอย่างมากต่อความสบายและการยึดเกาะ ตำแหน่งที่ถูกต้องของสายรัดด้านหลังศีรษะควรวางพาดอยู่เหนือใบหูและเฉียงขึ้นไปทางด้านหลังส่วนบนเล็กน้อย (ประมาณมุม 45 องศาจากแนวระนาบดวงตา) เพื่อช่วยพยุงแว่นตาไม่ให้เลื่อนหลุดลงมาด้านล่าง หากสายรัดอยู่ต่ำเกินไป แว่นตาจะถูกดึงรั้งลงมาด้านล่างและทำให้ขอบแว่นด้านบนเผยอออกจนน้ำเข้าได้

ข้อควรระวัง: ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยที่สุดคือนักว่ายน้ำมักจะดึงสายรัดศีรษะให้แน่นเกินไปเพื่อป้องกันน้ำรั่วซึม แต่ในความเป็นจริง การดึงสายรัดแน่นเกินไปจะสร้างแรงดึงที่มหาศาลทำให้ขอบซิลิโคนบิดเบี้ยวและเสียรูปทรง ซึ่งจะทำให้น้ำรั่วซึมเข้าได้ง่ายกว่าเดิม อีกทั้งยังทำให้เกิดแรงกดทับที่รุนแรงต่อระบบประสาทรอบดวงตา ส่งผลให้ปวดศีรษะและปวดตาอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การดึงที่รุนแรงยังทำให้ซิลิโคนเสื่อมสภาพ ขาดความยืดหยุ่น และฉีกขาดได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

เพื่อสุขอนามัยและความปลอดภัยในการใช้งาน คุณควรตรวจสอบสภาพของขอบซิลิโคนและสายรัดเป็นประจำ สภาพอากาศที่ร้อนและชื้น รวมถึงสารคลอรีนในสระว่ายน้ำ สามารถทำให้วัสดุซิลิโคนแข็งตัว เปราะ หรือเสียรูปทรงได้เมื่อเวลาผ่านไป หากพบว่าขอบซิลิโคนเริ่มแข็งกระด้าง มีรอยร้าว หรือไม่สามารถยืดหยุ่นกลับคืนรูปทรงเดิมได้ ควรพิจารณาเปลี่ยนอะไหล่ซิลิโคนใหม่หรือซื้อแว่นตาว่ายน้ำอันใหม่ทันที เพื่อป้องกันการระคายเคืองต่อผิวหนังรอบดวงตาและรักษาประสิทธิภาพในการป้องกันน้ำรั่วซึมอย่างสูงสุด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

แว่นตาว่ายน้ำแบบไม่มีฟองน้ำ (Swedish goggles) เหมาะกับมือใหม่หรือไม่?

แว่นตาว่ายน้ำแบบไม่มีฟองน้ำหรือแบบสวีดิชนั้นอาจไม่ใช่อุปกรณ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นฝึกว่ายน้ำ แม้ว่าแว่นตาประเภทนี้จะได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มนักกีฬามืออาชีพเนื่องจากมีขนาดกะทัดรัด ลดแรงต้านน้ำได้ดีเยี่ยม และให้ความรู้สึกกระชับแนบแน่น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความจริงที่ว่าผู้ใช้งานจะต้องนำชิ้นส่วนต่างๆ มาประกอบและปรับแต่งสายด้วยตนเองทั้งหมด ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญในการกะระยะสะพานจมูกและสายรัดให้พอดีกับโครงหน้า

นอกจากนี้ การไม่มีขอบซิลิโคนรองรับอาจทำให้ผู้สวมใส่ที่ยังไม่คุ้นเคยรู้สึกเจ็บและระคายเคืองบริเวณผิวหนังรอบดวงตาได้ง่ายจากการกดทับของพลาสติกแข็ง สำหรับมือใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายและความเพลิดเพลินในการออกกำลังกาย ควรเริ่มต้นใช้งานแว่นตาว่ายน้ำที่มีขอบซิลิโคนหนานุ่มและยืดหยุ่นสูงก่อน เพื่อให้ใบหน้าได้ปรับตัวเข้ากับแรงกดในน้ำ จากนั้นเมื่อมีความคุ้นเคยและทักษะการว่ายน้ำที่พัฒนาขึ้น จึงค่อยพิจารณาขยับไปทดลองใช้แว่นตาสไตล์สวีดิชในภายหลัง

ควรเลือกเลนส์สีเข้มหรือสีใสสำหรับการว่ายน้ำในสระว่ายน้ำ?

การเลือกสีของเลนส์แว่นตาว่ายน้ำควรพิจารณาจากสภาพแสงและสถานที่ที่คุณใช้งานเป็นหลัก เพื่อความปลอดภัยและทัศนวิสัยที่ดีที่สุดในขณะว่ายน้ำ โดยทั่วไปไม่มีสีใดที่ดีที่สุดในทุกสถานการณ์ แต่ละสีถูกออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

เลนส์ใส (Clear Lens) หรือเลนส์สีอ่อน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในสระว่ายน้ำในร่ม (Indoor Pool) สระว่ายน้ำที่มีหลังคาปกคลุม หรือการว่ายน้ำในช่วงเย็นและกลางคืนที่มีแสงสว่างน้อย เลนส์ประเภทนี้จะยอมให้แสงผ่านเข้าตาได้มากที่สุด ช่วยให้คุณมองเห็นสภาพแวดล้อมใต้น้ำและเส้นลู่ได้อย่างชัดเจนโดยไม่ทำให้ภาพดูมืดสลัวจนเกินไป

ในทางตรงกันข้าม เลนส์สีเข้ม (Dark Lens) เลนส์สีควันบุหรี่ (Smoke Lens) หรือเลนส์ฉาบปรอท (Mirrored Lens) จะเหมาะสำหรับการว่ายน้ำในสระกลางแจ้ง (Outdoor Pool) ภายใต้แสงแดดที่ร้อนแรง เลนส์เหล่านี้ทำหน้าที่เสมือนแว่นกันแดด ช่วยลดความจ้าของแสงสะท้อนบนผิวน้ำ ป้องกันอาการตาพร่ามัว และช่วยปกป้องดวงตาจากรังสี UV ที่เป็นอันตราย ทำให้คุณสามารถว่ายน้ำกลางแจ้งได้อย่างสบายตาและยาวนานยิ่งขึ้น

พูดคุยกับชุมชน

แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่

ร่วมการสนทนา

จำเป็นต้องระบุชื่อและอีเมล อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ และไม่อนุญาตให้ใส่ลิงก์